Thermocouple PDF พิมพ์ อีเมล
เป็นอุปกรณ์วัดอุณหภูมิโดยใช้โลหะ 2 ชนิด เชื่อมปลายเข้าด้วยกัน เมื่อปลายทั้ง 2 ด้านอยู่ในอุณหภูมิที่ต่างกัน จะเกิดกระแสใหลในวงจร ผู้ค้นพบหลักการนี้คือ โธมัส ซีเบคส์ ดังนั้น แรงดันไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจึงเรียกว่า ซีเบคส์ โวลล์เตจ

        ดัง ที่กล่าวมาแล้ว Thermocouple ทำมาจากโลหะ 2 ชนิด ถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนชนิดของโลหะด้านใดด้านหนึ่ง หรือทั้ง 2 ด้านให้ต่างชนิดไป ก็จะได้แรงดันที่ต่างกันไปแม้จะวัดในอุณหภูมิเดียวกัน เกิดเป็น Thermocouple ต่างชนิด ดังนี้

Type
ส่วนผสม
ย่านอุณหภูมิ
แรงเคลื่อน
mV
C
F
B
แพลทินัม- 30 % โรเดียม / แพลทินัม-6 % โรเดียม
0 – 1820
32 -3310
0 – 13.814
R
แพลทินัม /13 % โรเดียม แพลทินัม
-50 - 1768
-60 - 3210
- 2.26 –21.108
S
แพลทินัม / 10 % โรเดียม แพลทินัม
-50 - 1768
-60 - 3210
0.236 – 18.698
J
เหล็ก / คอนสแตนแตน
-210 - 760
-350 - 1400
-8.096 - 42.992
K
โครเมล / อลูเมล
-270 - 1372
-450 - 2500
-6.458 - 54.872
T
ทองแดง /คอนสแตนแตน
-270 – 400
-450 - 750
-6.258 – 20.869
E
โครเมล / คอนสแตนแตน
-270 - 1000
-450 - 1830
-9.835 – 76.358

      การใช้งาน Thermocouple ควรเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับงานนั้น ๆ สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ

               - อุณหภูมิสูงสุดที่ใช้งาน
               - ราคา
               - การกัดกร่อนของสารเคมีที่สัมผัส
               - ลักษณะบรรยากาศที่ติดตั้ง เช่น Oxidizing , Reducing , Inert หรือ Vacuum

ความเหมาะสมในการใช้งาน
type
oxidizing
reducing
Inert
Vacuum
Sulfurous
Temp 0 C
ไอโลหะ
B
ได้
ไม่ได้
ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
R
ได้
ไม่ได้
ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
S
ได้
ไม่ได้
ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
J
ได้
ได้
ได้
ได้
ไม่ได้ > 500 C
ไม่ได้
ได้
K
ได้
ไม่ได้
ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ได้
ได้
T
ได้
ได้
ได้
ได้
ไม่ได้
ได้
ได้
E
ได้
ไม่ได้
ได้
ไม่ได้
ไม่ได้
ได้
ได้

                    Oxidizing : กระบวนการดึงออกซิเจนจากภายนอกเข้ามาทำปฏิกริยากับสารนั้น
                    Reducing : กระบวนการดึงออกซิเจนจากภายในออกไปทำปฏิกริยากับสารภายนอก
                    Inert : สภาวะเฉื่อยที่ไม่เกิดปฏิกริยาทางเคมี
                    Vacuum : ค่าความดันต่ำกว่าบรรยากาศ

 

       การ เลือกใช้งาน Thermocouple ดังที่กล่าวมาแล้ว มีข้อที่ต้องคำนึงถึงมาก ๆ แต่โดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยคำนึงถึงเนื่องจากการเข้าใจผิดมาตลอดคืออุณหภูมิสูง สุดของการใช้งาน โดยเข้าใจตามสเป็คที่มีโดยทั่วไป(ตามตารางที่ได้มา) เช่น    Thermocouple type K อุณหภูมิสูงสุดตามตารางคือ 1372 องศา แต่ในความเป็นจริง Thermocouple type K จะวัดอุณหภูมิได้ขนาดนั้นต้องคำนึงถึง 2 ส่วนคือ
                    - ขนาด Element
                    - Protection tube
ในที่นี้จะกล่าวถึง ขนาด Element ก่อนส่วนเรื่อง Protection จะกล่าวถึงในหัวข้อของเรื่องการเลือกใช้ Protection tube

        กราฟ ด้านบนแสดงถึงขนาด Element ที่เหมาะสมกับอุณหภูมิต่าง เช่น Thermocouple type K ต้องการวัดอุณหภูมิ 1000 องศา ต้องเลือกใช้ขนาด Element 3.2 mm เท่านั้น หากเลือกต่ำกว่านี้ อายุการใช้งานจะสั้น และ Element จะขาดง่าย และถ้าอุณหภูมิสูงกว่านี้จะต้องเลือกชนิดของ Thermocouple เป็น Type R,S หรือ B เท่านั้น พื้นที่สีแดงในกราฟ หากไม่จำเป็น ไม่แนะนำให้ใช้

ลักษณะการเชื่อมจุดต่อของ Thermocouple

               1. จุดต่อแบบเปลือย ( Exposed Junction) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความใวในการวัดสูง วัดอุณหภูมิของก๊าชที่ไม่กัดกร่อน ข้อเสียคือชำรุดง่าย
               2. จุดต่อแบบเชื่อมเข้ากับปลายท่อป้องกัน ( Grounded Junction ) เหมาะสำหรับการวัดที่มีความใวสูง(ความใวจะช้ากว่าแบบแรก) ของที่ต้องการวัดเป็นของเหลวหรือสารกัดกร่อน ข้อเสียคือ   ไม่สามารถป้องกันไฟฟ้าที่รั่วจากระบบ หรือไฟฟ้าสถิตย์ สัญญาณรบกวนจากระบบ อันเป็นสาเหตุของความเพี้ยนได้
              3. จุดต่อแบบไม่เชื่อมเข้ากับปลายท่อป้องกัน ( Ungrounded Junction ) สำหรับการวัดที่ต้องการความแม่นยำสูง ของที่ต้องการวัดเป็นของเหลวหรือสารกัดกร่อน หรือสภาพความดันสูง ๆ  แบบนี้จะให้แรงดันที่แม่นยำกว่าเพราะไม่ถูกรบกวนจากไฟฟ้าภายนอก ข้อเสียคือความใวจะลดลง เหมาะสำหรับงานที่อุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย

        ห้าง หุ้นส่วนจำกัด เอ็นจิเนียริ่ง  ซิสเต็ม  อนาไลเซอร์  ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ และ Element ทุกชนิดของ Thermocouple ใว้สำหรับประกอบให้ลูกค้าตามแบบที่ลูกค้าต้องการ (ดูได้ที่ LinK Ordering Information)

 
 

Product Categories

ลิขสิทธิ์ © 2012 engtemp.com. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.